วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

PONYO on the lido















วันนี้ไปดู PONYO on the cliff
หนังเรื่องใหม่ของ studio Ghibli ที่ลิโดมา (แต่ก็ออกมาปีกว่าแล้วล่ะ เพิ่งได้ฉายในบ้านเรา) ด้วยความบังเอิญมากๆ เพราะเหตุผลที่ดูก็เพียงเพราะว่า ไม่เคยดู animation จาก ghibli ในโรงหนังเลยซักครั้ง และเราจะมีโอกาสได้ดูอย่างนี้ในโรงอีกซักกี่เรื่องกัน ลุงฮายาโอะก็แก่มากแล้วด้วย เลยซัดไป

หนังเป็นเรื่องของเจ้าหญิงปลาทองตัวน้อยซึ่งหลุดรอดจากโลกของชายผู้มีเวทมนตร์แห่งท้องทะเลและผู้เป็นพ่อของมัน ออกมาสู่โลกมนุษย์โดยบังเอิญ แล้วพานให้พบกับเด็กชายวัย 5 ขวบผู้ให้คำสัญญาว่าจะดูแลมันไปตลอด พร้อมกับตั้งชื่อให้กับเจ้าปลาน้อยว่า โปเนียว (แต่สำเนียงญี่ปุ่นในหนังฟังเหมือนว่า โปนโหยะๆ ) มันได้กินเลือดของเด็กชายผู้นี้เข้าไปจากแผลที่นิ้ว ทำให้มันกลายเป็นมนุษย์ได้แต่ก็มีเงื่อนไขอยู่ว่า ถ้ามันได้รับความรักที่แท้จากมนุษย์มันจะเป็นมนุษย์ไปตลอดกาลและจะหมดความสามารถในการใช้เวทมนตร์ที่มีทั้งหมด ซึ่งบทสรุปก็นะ ต้องไปดูเอาเอง
หนังน่ารัก ภาพสวยแบบปกติตามมาตรฐานของจิบลิ แต่ประเด็นนี่ซิ คิดว่าคงเรื่องการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติกับมนุษย์ เพราะหนังพูดถึงสองโลกโดยใช้สัมพันธ์ของปลาทองที่กลายเป็นมนุษย์ได้ กับ เด็กชายซึ่งเป็นมนุษย์ผู้รักปลาทองและยึดมั่นในคำสัญญาว่าจะดูแลปลาทองตัวนี้ตลอดไป ตัวพ่อกับตัวแม่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นนางฟ้าหรือแม่คงคา(ทำนองนั้น) เน้นเหลือเกินว่า หากมนุษย์ผู้นี้รักในตัวตนที่แท้จริงว่าโปเนียวเคยเป็นปลามาก่อน คือ รับได้ และจะดูแล
บททดสอบต่างๆก็จะหายไป ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์แปลกๆภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วมเมืองก็หายไป พายุสึนามิก็สงบลงด้วย คำตอบก็แค่ง่ายๆขอให้รักษากันไว้ แค่นี้ก็ไม่มีอะไรมาก คาแรกเตอร์พระเอกมันเข้มแข็งแต่ก็อ่อนโยน เพราะพ่อต้องออกเรือตลอด อยู่กับแม่สองคน แม่ก็เข้มแข็ง กล้าเสี่ยงบ้าบิ่นใช้ได้ ส่วนเจ้าโปเนียวตัวเล็ก ก็ธรรมชาติสุดๆถึงเวลากูนอนก็หลับเลย
สรุปหนัง น่าดู น่ารัก มีพ่อแม่พาเด็กเข้าไปดูร้องตาม หัวเราะตามตลอดเรื่องเลย 555

อันนี้เป็นฉากในท้องเรื่อง



<-- ดูตุ๊กตามันสิ
ปล. endcredit น่ารักดี เพลงก็น่ารัก เนื้อเพลงตลกด้วย อยากให้แอนมาดูด้วยกันจัง 55

















นี่เว็บไซต์ของโปเนียว http://www.ghibli.jp/ponyo/
แล้วก็เข้าไปฟังเพลงได้ที่นี่
http://www.dailymotion.com/video/x66c6k_ponyo-on-the-cliff-by-the-sea-trail_fun

เนื้อเพลง โปเนียวครับ
ทะมะจังแปลเป็นภาษาไทย


ポーニョ ポーニョ ポニョ さかなの子

Po-nyo po-nyo ponyo sakana no ko
โป..เนียว โป..เนียว โปเนียว เด็กปลา


青い海からやってきた
Aoi umi kara yatte kita
มาจากทะเลสีคราม

ポーニョ ポーニョ ポニョ ふくらんだ
Po-nyo po-nyo ponyo fukuranda
โปเนียว โปเนียว โปเนียว พองๆ

まんまるおなかの女の子
Manmaru onaka no onna no ko
เด็กผู้หญิงท้องกลมกิ๊ก

ペータペタ ピョーンピョン
Pe-ta peta pyo-n pyon
เป..ตะ เปะตะ เปียน..เปียน

足っていいな かけちゃお
Ashi tte iina Kake chao
มีขาดีนะ สามารถวิ่งได้

ニーギニギ ブーンブン
Ni-gi nigi bun bun
นีหงิ นิกิ บูม บูม

おててはいいな つないじゃお
Otete wa iina tsunai jao
มีแขนดีนะ จะได้จูงมือเธอ

あの子とはねると むねもおどるよ
Anoko to haneru to mune mo odoru yo
ตอนที่ได้กระโดดกับเด็กคนนั้น ฉันรู้สึกตื่นเต้นจัง

ワークワクチュッギュッ
wa-ku waku chu gyu
วากุ วากุ ชู กวู

ワークワクチュッギュッ
wa-ku waku chu gyu
วากุ วากุ ชู กวู
あの子が大好き
Anoko ga daisuki
ฉันชอบเด็กคนนั้นมาก ๆ

まっかっかの
Makkakka no
ポーニョ ポーニョ ポニョ さかなの子
Po-nyo po-pyo ponyo sakana no ko
โป..เนียว โป..เนียว โปเนียว เด็กปลาตัวแดง ๆ

崖の上にやってきた
Gake no ue ni yatte kita
มาที่ยอดหน้าผา

ポーニョ ポーニョ ポニョ 女の子
Po-nyo po-nyo ponyo onna no ko
โป..เนียว โป..เนียว โปเนียว เด็กผู้หญิงตัวน้อย

まんまるおなかの 元気な子
Manmaru onaka no genki na ko
เด็กน้อยผู้แข็งแรงท้องกลม



(credit link และ เนื้อเพลง จาก http://ameblo.jp/oji-tama/archive1-200808.html

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

LIFEBOOK




Lifebook หรือเป็น “ ตำราแห่งชีวิต ” สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้


๑. ดื่มน้ำให้มาก
๒. กินอาหารเช้าเหมือนราชา , รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชาย
และเมื่อถึงอาหารเย็น ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน
๓.กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน , พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
๔.ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E... นั่นคือ energy หรือพลังงาน ,
enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
๕. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
๖. เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง , อย่าเครียดกันนักเลย
๗. อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
๘. นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
๙. นอนวันละ 7 ชั่วโมง
๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที
๑๑.ระหว่างเดิน , อย่าลืมยิ้ม


สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพ

๑. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉา
นั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณ อย่างไรบ้าง
๒. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้
แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย , ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
๔. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
๕. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....
นอกเสียจากว่ามันจะ ทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
๖. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า
๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น , จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตร
ซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...
บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่าง กันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร


แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ ?

๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสัก หน่อย
๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก
แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณ
ในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น , อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด


อันนี้ copy จาก forward mail ที่ได้มานานแล้ว
...อันนี้ต้องแน่วแน่หรือไม่ ก็แล้วแต่ท่านจะสะดวกทำ
เพื่อให้เกิดผลดีกับชีวิตของท่านเอง 555